Render pass — Render Element
ในการ เรนเดอร์งานออกมา โดยปรกติ เราจะเห็นเป็นภาพ Final ที่เรนเดอร์ออกมาเป็นภาพ layer เดียว
แต่ด้วยการสั่งแยกเรนเดอร์ Render element ออกเป็นเลเยอร์ ช่วยให้เราแก้ภาพได้ง่ายกว่า ปรับแต่งได้มากกว่า
ชั่วโมงที่ผ่านมาเราได้ลองกันไปบ่างแล้วในส่วนของการจัดแสงในห้อง เช่น AO pass
ในการใช้งาน Render element
* ข้อจำกัด คือเราแบ่งเรนเดอร์ได้สูงสุดเพียง 32 layer หรือ pass
* ข้อจำกัดสอง ถ้าเราปิด Anti aliasing จะไม่สามารถใช้งาน Render Element ได้
วันนี้มาดู pass หลักๆกันครับ
มาดูทีละอัน
Alpha — ภาพขาวดำเป็นภาพ สำหรับAlpha Channel หรือส่วนที่มองทะลุได้ สีดำคือทะลุ สีขาวคือส่วนทึบ
Atmosphere –สำหรับ แยกเอฟเฟกเช่น volumn light และอื่นๆ
Back ground –ภาพ ฉากหลัง pass อื่นๆ *ข้อควรระวัง pass นี้จะอยู่หลังสุดเสมอ จะไม่มีการตัดเอา Polygon ออกให้
Blend — เป็นการทำภาพ Pass ต่างมารวมกัน เช่น Diffuse + Shadow
Diffuse — ค่าสีพื้นผิวของวัตถุ เป็นภาพของสีวัตถุเพียวๆ ไม่มี Specular หรือ อื่นๆ
Hair and Fur layer — ผม และ ขนถ้าใช้ Hair and Fur ในสามดีแมกเราสามารถแยกส่วนนี้ออกมาได้
Illuminance HDR Data ค่าการส่องสว่างของพื้นผิว
Ink — เส้นตัดขอบ ของ Material ชนิด Ink & Paint
Lighting –เป็นส่วนของไฟที่กระทบต่อวัตถุในฉาก
Luminance HDR Data ค่าที่วัตถุโดนส่องสว่าง
Material ID — แยกตาม Material ID เอาไปใช้ต่อ กับโปรแกรมตัดต่อเท่านั้น
Matte — วัคถุชนิดที่มีไว้ปิด
Object ID –แยกตามObject ID เอาไปใช้ต่อ กับโปรแกรมตัดต่อเท่านั้น
Paint –สีการ์ตูน ที่ใช้Fill ในวัตถุ กับmaterial Ink & paint
Reflection — ภาพสะท้อน
Refraction — ภาพทีมองทะลุ แก้วใส กึ่งใส
Self illumintion — ภาพที่ส่องสว่าง
Shadow –ส่วนที่เป็นเงาในภาพ
Specular –ส่วนที่เป็นspecular ของภาพ
Velocity –ใช้กับmotion blur
Z Depth –ส่วนที่ให้ค่าความลึก เป็นสีขาว เทา ดำ
เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว ลองเรนเดอร์ดูนะ จากนั้นให้เอาภาพที่เรนเดอร์แยกมาได้ไปรวมกันในโฟโต้ชอปโดยบอกด้วยว่า
เวลาเอาภาพแต่ละ pass มาซ้อนกันเราใช้ blending mode ไหนใน Photoshop (อย่างน้อยก็ 5 อย่างล่ะนะ)







